เต่าตนุวัย 5 ปี ผู้โชคร้าย

136



ชะตากรรมของเต่าทะเลที่ถูกใบพัดเรือฟันเข้าใส่บริเวณส่วนท้ายของลำตัวจนกระดองแตกยับ ยังโชคดีที่มันได้ทีมสัตวแพทย์ ประจำศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเล กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ไปรับตัวมารักษาได้ทันเวลา

เต่าโชคร้ายตัวนี้เป็น “เต่าตนุ” อายุประมาณ 5 ปี น้ำหนัก 8.5 กิโลกรัม ยังไม่สามารถระบุเพศได้ ยกเว้นกรณีเต่าที่เสียชีวิตและมีการผ่าพิสูจน์ซากจะทำให้ทราบเพศได้

สำหรับเต่าตนุตัวนี้ถูกนักดำน้ำเก็บขยะพบบริเวณเกาะไก่ อ่าวค้างคาว หมู่เกาะปอดะ จ.กระบี่ เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2562 เต่าอยู่ในสภาพได้รับบาดเจ็บจากใบพัดเรือ​ นอนหมดแรง​อยู่ที่ระดับ 5 เมตร จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯ ให้มารับไปรักษาตัว

จากการตรวจอาการเบื้องต้นโดยสัตวแพทย์พบแผลเปิดบริเวณหาง กระดองถูกทำลายไปบางส่วน แพทย์ต้องควบคุมการติดเชื้อ แม้เนื้อจะไม่ฉีกขาดมาก แต่ก็มีจุดเสี่ยงบริเวณไตและลำไส้ ขณะนี้อวัยวะยังตอบสนองดี กินอาหารได้

ทีมแพทย์ไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าสาเหตุที่เต่าถูกใบพัดเรือฟันจนได้รับบาดเจ็บนั้นเกิดจากอะไร จากเหตุเพราะเต่ามีอาการป่วยจากการกินอาหารเป็นพิษคือขยะพลาสติกเข้าไปและอยู่ในสภาพเซื่องซึมจนถูกใบพัดเรือฟันจนได้รับบาดเจ็บหรือไม่

อย่างไรก็ตาม จะต้องติดตามอาการกันในระยะยาว เพราะแพทย์ไม่สามารถรักษาด้วยการผ่าตัดได้ เนื่องจากเต่าได้รับบาดเจ็บและเสียเลือดมาก ระหว่างนี้ปัญหาน่าเป็นห่วงก็คือขยะอุดตันในช่องท้อง เนื่องจากผ่าไม่ได้ จึงได้แต่รอให้เต่าถ่ายออกมาเท่านั้น ซึ่งที่ถ่ายออกมาจะเป็นขยะประเภทถุงพลาสติก เชือกเอ็น ถุงขนม ยังมัดผม ฯลฯ

เราเป็นห่วงเรื่องการติดเชื้อเข้ากระแสเลือด จะทำให้ระบบเลือดล้มเหลว แต่ตอนนี้โอกาสรอด กินอาหารได้ ตอบสนองดี จะมีการหล่อลื่นลำไส้ ไม่ให้อุดตัน ต้องรักษาระยะยาว 2-3 ปีเพื่อให้มีเนื้อเยื่อเกิดใหม่มาทดแทนกระดอง แพทย์ผู้ทำการรักษา ระบุ

ล่าสุดเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน ยังพบซากเต่าทะเลลอยอยู่บริเวณห่างจากแหลมจุโหยไปทางทิศเหนือประมาณ 2 กิโลเมตร เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเป็นเต่าตนุไม่ทราบเพศ โตเต็มวัย ขนาดความยาวกระดองประมาณ 100 เซนติเมตร ความกว้างกระดองประมาณ 80 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม

สภาพซากเน่ามาก เนื้อเปื่อยยุ่ย กระดองปริแตก และมีอวัยวะภายในโผล่ออกมา ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการผ่าชันสูตรซากในพื้นที่ พบว่าอวัยวะภายในเน่าและไม่สามารถระบุความผิดปกติได้ พบอาหารอยู่เต็มกระเพาะและลำไส้ นอกจากนี้ยังพบไขมันเป็นสีเหลืองทั่วทั้งลำตัว สันนิษฐานได้ว่าเต่าทะเลเสียชีวิตอย่างฉับพลัน และมีอาการไขมันอักเสบร่วมด้วย อย่างไรก็ตามไม่สามารถระบุสาเหตุการเสียชีวิตที่ชัดเจนได้ เนื่องจากสภาพซากเน่ามาก เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการฝังซากไว้ในบริเวณที่พบต่อไป

#igreenstory #เต่าตนุ #ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเล

ขอบคุณภาพ: ดร.ลลิตา ปัจฉิม (ภาพแรก), น.สพ.ปฐมพงษ์ จงจิตต์ (ภาพที่เหลือ)


Loading...